Loading...

กองแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐ

Office of the State Land Management

ขนาดอักษร
เปลี่ยนการแสดงผล C C C
TH EN

ประวัติความเป็นมาของกองแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐ

ประวัติความเป็นมาของกองแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐ

ประวัติความเป็นมาของกองแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐ
ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐ  
พ.ศ. ๒๕๔๕
และ นโยบาย และแนวทางการแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐ 
นโยบายและแนวทางการแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐ 
 
๑. ปัญหาการบุกรุกที่สงวนหวงห้ามของทหาร

        ๑.๑ เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๒ จังหวัดกาญจนบุรีในฐานะคณะอนุกรรมการช่วยเหลือเกษตรกร           และผู้ยากจนส่วนจังหวัดกาญจนบุรี (อชก. ส่วนจังหวัดกาญจนบุรี) รายงานให้สำนักงานปลัดสำนัก-นายกรัฐมนตรีในฐานะคณะอนุกรรมการช่วยเหลือเกษตรกรและผู้ยากจนส่วนกลาง (อชก. ส่วนกลาง) พิจารณาช่วยเหลือราษฎรซึ่งอยู่อาศัยทำกินในพื้นที่กองการสัตว์และเกษตรกรรมที่ ๑ (กส.๑) จังหวัดกาญจนบุรี ได้รับความเดือนร้อน เนื่องจาก กสษ.๑ จะใช้พื้นที่ราษฎรอยู่อาศัยทำกินและได้แจ้งให้ราษฎร  ออกจากพื้นที่ อชก. ส่วนกลาง จึงเสนอคณะกรรมการช่วยเหลือเกษตรกรและผู้ยากจน (กชก.) พิจารณา และ กชก. มีมติให้ตั้ง "คณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาราษฎรอยู่อาศัยทำกินในพื้นที่สงวนหวงห้ามของทหาร”  เดิมมีนายลิขิต เทอด-สถีรศักดิ์ รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีเมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นอนุกรรมการ ต่อมามี นายสุทธิชัย เลียงชเยศ ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานอนุกรรมการ   ทำหน้าที่พิจารณาเสนอแนะแนวทางการแก้ไขปัญหา ซึ่งคณะอนุกรรมการฯ ได้ออกไปสอบหาข้อเท็จจริงและ   มีการประชุมพิจาณาเรื่องนี้หลายครั้ง รวมทั้งได้เชิญสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาญจนบุรีมาร่วมประชุมเพื่อแก้ไขปัญหาด้วย  ในที่สุดได้ข้อยุติที่เป็นรูปธรรมในการแก้ไขปัญหาเป็น ๒ ประการ คือ 
               (๑) กรณีราษฎรครอบครองก่อนการหวงห้าม ย่อมได้สิทธิตามประมวลกฎหมายที่ดิน 
               (๒) กรณีราษฎรครอบครองภายหลังการสงวนหวงห้าม ให้จัดที่ดินส่วนที่ยังไม่ได้ใช้ประโยชน์ ในราชการ และเป็นชุมชนหนาแน่นให้ราษฎรเช่าเท่าจำนวนเนื้อที่ที่ครอบครองอยู่เดิมแต่ไม่เกินครอบครัวละ     ๑๕ ไร่ หรือจะเลือกไปอยู่อาศัยทำกินในเขตปฏิรูปที่ดินที่ตำบลวังด้ง อำเภอเมืองกาญจนบุรี จังหวัดกาญจนบุรี อย่างใดอย่างหนึ่ง 
 
      ๑.๒ คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๑๑ มิถุนายน ๒๕๓๓ และเมื่อวันที่ ๒๑ สิงหาคม ๒๕๓๓ เห็นชอบด้วยกับแนวทางการแก้ไขปัญหาดังกล่าว และให้ใช้เป็นแนวทางแก้ไขปัญหาราษฎรอยู่อาศัยทำกิน     ในพื้นที่สงวนหวงห้ามแปลงอื่นตามพระราชกฤษฎีกาซึ่งออกตามพระราชบัญญัติ ว่าด้วยการหวงห้ามที่ดินรกร้าง-ว่างเปล่าอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน พ.ศ. ๒๔๓๘ ด้วยโดยอนุโลม 
 
๒. มาตรการในการแก้ไขปัญหาการบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติที่สาธารณประโยชน์และที่ราชพัสดุ 

  
      ๒.๑ ในระหว่างที่คณะอนุกรรมการฯ กำลังดำเนินการหาแนวทางการแก้ไขปัญหาที่สงวนหวงห้ามของทหารตามข้อ ๑ ดังกล่าว คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๑๖ มกราคม ๒๕๓๓ ส่งเรื่องรายงาน การศึกษาปัญหา และวิธีการออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินหรือหนังสือแสดงสิทธิครอบครองในที่ดินป่าสงวนแห่งชาติ  ที่สาธารณประโยชน์ และที่ราชพัสดุ (ฉบับที่ ๑) ของคณะกรรมาธิการวิสามัญสภาผู้แทนราษฎร  ให้คณะอนุกรรมการฯ เสนอความเห็นประกอบการพิจาณาของรัฐมนตรีอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งคณะอนุกรรมการฯ เสนอความเห็นว่าในการประชุมร่วมกับคณะกรรมาธิการวิสามัญหลายครั้ง ทำให้ทราบว่าบางครั้งเมื่อมีปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐส่วนราชการที่เกี่ยวข้องไม่อาจแก้ไขปัญหาให้ยุติลงได้โดยลำพัง ประกอบกับในปัจจุบันที่ดินของรัฐที่ถูกบุกรุกเป็นจำนวนมหาศาล ก่อให้เกิดผลกระทบในทางเศรษฐกิจ สังคมการเมือง  และการปกครอง นับวันจะสร้างปัญหาซับซ้อนและทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น อาจก่อให้เกิดความหายนะแก่ชาติและเกิดมหันตภัยต่อส่วนรวมได้หากมิได้รับการแก้ไขโดยทันท่วงที จึงเห็นสมควรตั้งคณะกรรมการขึ้นคณะหนึ่ง เพื่อทำหน้าที่เป็นศูนย์ประสานงานการแก้ไขปัญหาเรียกโดยย่อว่า "กบร.” และเนื่องจากงานที่จะต้องดำเนินการไปอย่างต่อเนื่องทั้งด้านการแก้ไขปัญหา และด้านการป้องกันการบุกรุกต่อไปที่อาจจะเกิดขึ้นได้อีก จึงเสนอให้ออกเป็นระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐ พ.ศ.   

       ๒.๒ คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๑๒ พฤศจิกายน ๒๕๓๔ เห็นชอบในหลักการให้แต่งตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐ "(กบร.)” ตามที่สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีเสนอ โดยให้นำมาตรการป้องกันทางทุจริตและประพฤติมิชอบเกี่ยวกับที่ดินสาธารณประโยชน์ที่คณะกรรมการ ป.ป.ป. เสนอ ซึ่งคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบในการประชุมครั้งนี้ด้วย มากำหนดเป็นอำนาจหน้าที่ของ กบร. เพิ่มเติมในส่วนที่สามารถกำหนดได้ ซึ่งสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีได้แก้ไขปรับปรุงร่างระเบียบฯ ตามนัยมติคณะรัฐมนตรีดังกล่าวแล้ว  


       ๒.๓ คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๘ มกราคม ๒๕๓๕ เห็นชอบร่างระเบียบฯตามที่สำนักงาน-ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีเสนอ และนายกรัฐมนตรีได้ลงนามในร่างระเบียบฯ เมื่อวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๕ และประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ ๕ มีนาคม ๒๕๓๕ แล้ว 
 
       ๒.๔ ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐ พ.ศ. ๒๕๓๕ ดังกล่าว กำหนดให้มี "คณะกรรมการแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐ”เรียกโดยย่อว่า "กบร.” ประกอบด้วยรองนายกรัฐมนตรีที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย เป็นประธานกรรมการ และรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีที่ได้รับมอบหมาย เป็นรองประธานกรรมการ มีอำนาจหน้าที่ในการแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐทุกประเภท รวมทั้งพื้นที่สงวนหวงห้ามของทหารหรือที่ดินที่ใช้ในราชการทหารทุกประเภทด้วย ฉะนั้น งานการแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐหรือปัญหาการครอบครองที่ดินในราชการทหารดังกล่าว ย่อมโอนไปเป็นอำนาจหน้าที่ของ กบร. ตามนัยระเบียบนี้ และคณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาราษฎรอยู่อาศัยทำกินในพื้นที่สงวนหวงห้ามของทหาร จึงต้องปรับเลี่ยนเป็นคณะกรรมการประสานการแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐส่วนกลาง (กปร.ส่วนกลาง) ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐ พ.ศ. ๒๕๓๕ เป็นนโยบายของรัฐบาล เพื่อกำหนดมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐขึ้นทั่วประเทศ โดยให้อยู่ในความรับผิดชอบของส่วนแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐ สำนักงานกลางช่วยเหลือเกษตรกรและแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐ สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะฝ่ายเลขานุการของคณะกรรมการตามที่กำหนดไว้ในระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐ พ.ศ. ๒๕๓๕

๓. ผลของการปฏิรูประบบราชการ 

  
       ๓.๑ เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๕ ได้มีการโอนภารกิจอำนาจหน้าที่ของส่วนแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐ สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี สำนักนายกรัฐมนตรี ไปเป็นของสำนักแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐ (สบร.) สำนักงานปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐ พ.ศ. ๒๕๓๕ จึงมีความจำเป็นต้องได้รับการปรับปรุงให้สอดคล้องกับบทบาทภารกิจของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประกอบกับคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ ๓๐๐/๒๕๔๕ ลงวันที่ ๘ ตุลาคม ๒๕๔๕ ให้พิจารณาปรับปรุงระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องหรือจัดทำระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีขึ้นมาใหม่ โดยยึดหลักการ มีผู้รับผิดชอบภารกิจอย่างชัดเจนแล้วเสนอคณะรัฐมนตรีภายใน ๓๐ วัน ซึ่ง สบร. ได้พิจารณาแล้วเห็นสมควรยกร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐ พ.ศ. ..... ขึ้นใหม่ โดยยกเลิกระเบียบสำนัก-นายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐ พ.ศ. ๒๕๓๕ และได้เสนอคณะรัฐมนตรีในคราวประชุมเมื่อวันที่ ๒๔ ธันวาคม ๒๕๔๕ พิจารณาแล้วเห็นชอบตามที่เสนอและนายกรัฐมนตรีได้ลงนามในร่างระเบียบฯ เมื่อวันที่ ๒๗ ธันวาคม ๒๕๔๕ (ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐ พ.ศ. ๒๕๔๕) ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ฉบับประกาศทั่วไป เล่ม ๑๒๐ ตอนพิเศษ ๒ ง ลงวันที่ ๗ มกราคม ๒๕๔๖ มีผลใช้บังคับมาตั้งแต่วันที่ ๘ มกราคม ๒๕๔๖ เป็นต้นไป  
 


       ๓.๒ คณะกรรมการแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐ (กบร.) ในการประชุมครั้งที่ ๓/๒๕๔๖      เมื่อวันที่ ๑๑ เมษายน ๒๕๔๖ มีมติให้แต่งตั้งอธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการกระทรวงพัฒนาสังคมความมั่นคงของ-มนุษย์ และอธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมเป็นกรรมการเพิ่มเติมใน กบร. เนื่องจากภารกิจของหน่วยงานดังกล่าวมีส่วนเกี่ยวข้องกับการป้องกันและแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐสบร. จึงยกร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.   โดยปรับปรุงองค์ประกอบของ กบร. ใหม่ และได้เสนอคณะรัฐมนตรีในคราวประชุมปรึกษาเมื่อวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๔๖ พิจารณาแล้วเห็นชอบในหลักการร่างระเบียบดังกล่าว ทั้งนี้ ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๗ ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ฉบับประกาศทั่วไป เล่ม ๑๒๑ ตอนพิเศษ ๑๘ ง ลงวันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๗ มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๗ เป็นต้นไป